อิตาเลียนไทย ได้ประทานบัตร “เหมืองแร่โพแทช” ในอุดรฯ 2.6 หมื่นไร่ นาน 25 ปี
ITD แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับประทานบัตร “เหมืองแร่โพแทช” ใน จ.อุดรธานี รวมกว่า 2.6 หมื่นไร่ ยาวนาน 25 ปี ภายหลังจาก ครม.มีมติเห็นชอบเมื่อ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2565 บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า บริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (APPC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ITD ถือหุ้น 90% และกระทรวงการคลังถือหุ้น 10% ได้รับมอบประทานบัตรโครงการเหมืองแร่โพแทช จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี
โดยโครงการเหมืองแร่โพแทช จังหวัดอุดรธานี เป็นโครงการที่กระทรวงอุตสาหกรรมโดยความเห็บชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ได้ออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเชิญชวนบริษัทต่าง ๆ ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตแร่โพแทช ซึ่ง APPC ได้รับสิทธิดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เป็นคำขอประทานบัตรจำนวน 4 แปลงของแหล่งแน่อุดรใต้ รวมเนื้อที่ 26,446 ไร่ 1 งาน 49 ตาราวา
ทั้งนี้ ครม.ได้มีมติเห็นชอบฯ เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2565 ต่อมาคณะกรรมการแร่ ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 ได้อนุญาตประทานบัตรการทำเหมืองแร่ประเภทที่ 3 การทำเหมืองใต้ดิน ประเภทแร่โพแทช เมื่อ 26 ก.ค. 2565
สำหรับแหล่งแร่อุดรใต้มีปริมาณสำรองแร่ทั้งหมด 85,820,781 เมตริกตัน เมื่อนำมาแต่งแร่จะได้โพแทชเชี่ยมคลอไรด์ รวม 33,715,307 เมตริกตัน ในอัตราการผลิตสูงสุด 2.1 ล้านตันต่อปี โดยมีข้อผูกพันที่จะต้องขายในประเทศก่อนประมาณ 700,000 ตันต่อปี ส่วนเกินจึงจะส่งออกต่างประเทศประมาณ 1.4 ล้านตันต่อปี มีระยะเวลาการอนุญาตประทานบัตร 25 ปี เริ่มตั้งแต่ 23 ก.ย. 2565 โดยมีระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี ผลิตแร่โพแทช 21 ปี และปิดเหมืองประมาณ 1 ปี ซึ่งตามกฎหมายบริษัทฯ สามารถขยายสัมปทานเพิ่มได้อีก 5 ปี
ขณะที่ราคาประกาศล่าสุดของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เมื่อ 10 ต.ค. 2565 อยู่ที่ 34,250 บาทต่อเมตริกตัน
ITD ระบุอีกว่า โพแทช เป็นแม่ปุ๋ย หนึ่งในธาตุอาหารสำคัญที่ช่วยเพิ่มผลิตของพืช ในปัจจุบัน ประเทศไทยต้องนำเข้าแม่ปุ๋ยจากต่างประเทศทั้งหมด จึงประสบปัญหาภาวะการขาดแคลนและแม่ปุ๋ยมีราคาสูงขึ้นมาก
ล่าสุด บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส หรือ ASPS มองว่า ประเด็นดังกล่าวสร้างกระแสเชิงบวกต่อราคาหุ้น แต่ต้องเก็งกำไรด้วยความระมัดระวัง โดย ITD มีแผนจะลดสัดส่วนการถือหุ้นใน APPC ลงให้เหลือน้อยกว่า 50% หลังได้ประทานบัตร
โดย ณ สิ้น ไตรมาส 2 ปี 65 ITD ใช้เงินลงทุนในเหมืองโพแทชไปแล้ว 3,252 ล้านบาท หากเปรียบเทียบกับบริษัทที่ทำธุรกิจเหมืองโพแทชในต่างประเทศ ปัจจุบันซื้อขายที่ PBV 4-7เท่า ดังนั้นหาก ITD ลดสัดส่วนการถือหุ้นในเหมืองโพแทชลงจาก 90% เหลือ 50% โดยขายให้กับพันธมิตรที่มีความสนใจในราคาสูงกว่ามูลค่าเงินลงทุน 4 เท่า จะทำให้เกิดกำไรเกิดราว 5,200 ล้านบาท ช่วยเพิ่มมูลค่าตามบัญชีให้ ITD ได้อีก 1.00 บาท/หุ้น ทำให้มูลค่าตามบัญชีเพิ่มจากปัจจุบัน 2.20 บาท/หุ้น เป็น 3.20 บาท/หุ้น
อย่างไรก็ตาม กรอบเวลาในการเริ่มพัฒนาโครงการ การจัดหาแหล่งเงินที่ใช้ รวมถึงราคาที่ ITD จะขายให้กับพันธมิตรที่มีความสนใจยังไม่มีความชัดเจน การเข้าเก็งกำไรจากประเด็นดังกล่าวจึงต้องทำด้วยความระมัดระวัง ทั้งนี้ในเชิงพื้นฐาน ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ Switch จากความไม่แน่นอนในการทำกำไรของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นธุรกิจหลัก อีกทั้งความเสี่ยงจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมวิธี Adjusted PBV 1 เท่า (ยังไม่ได้รวมมูลค่าเพิ่มจากโครงการเหมืองโพแตซ) ที่ 1.64 บาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB